loading...

เมียอุ้มลุก 2ขวบไปงานแต่ง”สามีเก่า”เจ้าสาวยื่น “สมุดบัญชี” ไล่ออกจากงานแต่ง แต่เมื่อเปิดดูเท่านั้นแหล่ะ เข่าแทบทรุด !!

  เราออกจากบ้านมาทำงานหาเงินเองตอนอายุ 20 ปี แต่เพราะเราเรียนมาไม่สูงงานที่พอจะหาได้ก็คือ ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟเท่านั้น พอเข้าไปทำงา...


  เราออกจากบ้านมาทำงานหาเงินเองตอนอายุ 20 ปี แต่เพราะเราเรียนมาไม่สูงงานที่พอจะหาได้ก็คือ
ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟเท่านั้น พอเข้าไปทำงานเราก็ได้รู้จักกับสามี เขาเป็นพ่อครัวของร้าน เนื่องจากเราสองคนอายุต่างกันไม่มาก ก็เลยไปไหนมาไหนด้วยกัน คุยกันถูกคอ พื้นฐานทางบ้านก็ไม่ต่างกันนัก ไม่นานเขาก็เลยขอเราเป็นแฟน

 ซื้อบ้านมือสองหลังหนึ่งเป็นเรือนหอของเรา ชีวิตหลังแต่งงานแม้ว่าจะไม่ได้สบายมากมาย แต่ก็มีความสุข

loading...
ผู้ชายเขาก็รักทั้งนั้น สามียังทำงานหนักเหมือนเดิม เขาว่าต้องหาเงินให้เยอะขึ้นเพื่อลูก ลูกสาวเราก็เป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย นานวันเข้าเราก็เบื่อไม่มีอะไรทำ ก็เลยเริ่มแชทในแอพพลิเคชั่นเพื่อรู้จักเพื่อนใหม่ เราเริ่มคุยกับพง เขาอ่อนกว่าเรา 5 ปี เป็นฟิตเนสเทรนเนอร์ หน้าตาดี หุ่นดี เราคุยกันถูกคอ ไม่นานพงก็ชวนเราออกไปกินข้าว หลังจากนั้นก็ไปดื่มต่อ เราดื่มไปไม่น้อย พงก็เลยพาเราเข้าโรงแรม แล้วเราสองคนก็มีอะไรกัน แม้ว่าเราจะมีลูกมีสามีแล้ว แต่การคุยกับพงทำให้เรารู้สึกว่าเรากลับไปเป็นวัยรุ่นเพิ่งมีความรักใหม่อีกครั้ง เราเริ่มติดพง พงก็บอกว่าขาดเราไม่ได้ เราก็เลยตัดสินใจขอหย่ากับสามี สามีเราไม่พูดอะไรก้มหน้าเซ็นต์ชื่อในใบหย่าให้ตามที่เราต้องการ แต่เขาขอสิทธิ์ในการดูแลลูกเอง เราก็ตามใจเขา เพราะคิดว่าถ้าการต้องออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพงโดยมีลูกสาวติดไปด้วย คงไม่สนุกนัก ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ให้ได้อยู่กับพงก็พอแล้ว
หลังจากย้ายมาอยู่กับพงได้ 6 เดือน เราก็ถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม ต้องผ่าตัดเอาเต้านมทั้งสองข้างออก เราพยายามติดต่อพง อยากให้เขามาดูแลที่โรงพยาบาล มาช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเขาเราก็ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย จนเงินเก็บแทบไม่เหลือ แต่เขาก็บอกว่ายุ่งนู่นนี่มาไม่ได้ โรงพยาบาลก็เริ่มทวงค่ารักษา เราก็ขอผลัดไปก่อน 4-5 วัน เราคิดถึงสามีเก่า แต่ก็ไม่กล้าแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือ พอดีกับเขาส่งเมจเสจมาบอกว่า เขากำลังจะแต่งงานใหม่ อยากให้เรามาร่วมยินดี ลูกสาวก็อยากเจอเรา


ารเตรียมงาน เราเห็นลูกสาววัยสองขวบเล่นอยู่หน้าบ้าน แกเห็นเราก็ดีใจรีบวิ่งมาหา เราก็เลยอุ้มแกกลับบ้านมาด้วยเลยต่อมาเราตั้งท้อง สามีก็ให้เราออกจากงาน เขาว่างานเด็กเสิร์ฟเหนื่อยเกินไปสำหรับคนท้อง ตอนแรกเราก็ไม่ยอม การให้เขาหาเงินคนเดียวเลี้ยงครอบครัวเป็นงานหนักเกินไป แต่เขาอยากให้เราออกมาอยู่สบายๆดูแลลูกให้ดี เราก็เลยขัดไม่ได้ หลังจากนั้นสามีก็ทำงานหนักขึ้น หลังเลิกงาน ก็ยังรับจ้างล้างจานต่อ เสาร์อาทิตย์ก็ไปรับงานนอก เขาทำงานหนักมากเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แต่เขาบอกเราเสมอว่า เขาไม่เหนื่อย เขาทนได้เพื่อเรา เพื่อลูก
วันต่อมาเรากับลูกสาวแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆขาดๆไปร่วมงาน เราอยากหักหน้าสามีเก่า เมื่อเราเดินเข้าไปในงานเขาก็ตะลึง เราเห็นรอยดำรอบของตาของทั้งเขาและเจ้าสาว ทั้งคู่คงจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะมัวแต่ตามหาลูกสาว เจ้าสาวดึงเราไปข้างๆแล้วยื่นสมุดบัญชีให้เรา เธอว่า : “ฉันและสามีรู้ว่าเธอเป็นมะเร็ง และต้องผ่าตัด แต่เรากลัวเธอไม่ยอมรับเงินนี้ ก็เลยชวนเธอมางานแต่งงาน แล้วก็กะว่าจะให้ลูกสาวเป็นคนมอบมันให้เธอ เธอรับไว้ซะนะ” ตอนแรกเราคิดว่ามันจะเป็นเศษเงินที่พวกเขาเอามาขว้างหัวเรา แต่ที่ไหนได้พอเราเปิดออกดู ข้างในมีเงินถึง 1 ล้านเราเคยทรยศสามี แต่เขากลับทำอย่างนี้กับเรา ความรู้สึกละอายใจพุ่งล้นมาถึงคอ เจ้าสาวขอร้องให้เรากับลูกสาวกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามาใหม่ เธออยากให้เราอวยพรให้ และไม่อยากให้ญาติๆเอาไปหัวเราะเยาะได้น้ำตาเราไหลพรากออกมา เรารู้ตัวแล้วว่าเราได้สูญเสียผู้ชายดีๆที่รักเรามากที่สุดไปแล้ว คงมีแต่ผู้หญิงดีๆแบบเจ้าสาวคนใหม่ของเขาเท่านั้น ที่เหมาะสมกับเขา
from http://www.kidtam.com/15635

You Might Also Like

0 comments

Close
Advertiser
loading...